วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 2 แบบจำลองเครือข่าย

แบบจำลองเครือข่าย(Network Model)

         เนื่องจากระบบเครือข่าย มีการทำงานที่ซับซ้อน ดังนั้นการอธิบายการทำงานของระบบเครือข่าย จึงต้องมีการสร้างแบบจำลองเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย โดยการสร้างแบบจำลองเราจะแบ่งออกเป็นเลเยอร์ และศึกษาการทำงานของแต่ละชั้น

เนื่องจากมีการสร้างแบบจำลองเครือข่ายไว้หลายแบบ แต่แบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือแบบ
 
- ชุดโพรโตคอลทีซีพี/ไอพี (TCP/IP protocol suite)


 
   
        แบบจำลอง TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็นแบบจำลองการอธิบายการทำงานของระบบเน็ตเวิร์ก ถูกสร้างขึ้นในปี 1970 โดย DARPA ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมริกา มันพัฒนามาจาก ARPANET ซึ่งเป็นเครือข่ายแรกของโลก ถือว่าเป็นบรรพบุรุษของอินเตอร์เน็ตเลยก็ว่าได้ TCP Model บางครั้งอาจจะเรียกว่า Internet Model หรือ DoD Model ก็ได้

- แบบจำลอง OSI (OSI Model)

         แบบจำลอง OSI (Open Systems Interconnection) ได้ถูกออกแบบมาโดยองค์กร ISO (International Organization for Standardization) เพื่อเป็นมาตรฐานในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลและคอมพิวเตอร์

 
 

ชุดโพรโตคอลทีซีพี/ไอพี (TCP/IP protocol suite)
       เป็นโมเดลที่ประกอบด้วยเลเยอร์ซ้อนกันอยู่ 5 เลเยอร์ คือ
ฟิสิคัล(Physical layer)
      - เป็นเลเยอร์ระดับล่างสุดที่ทำการส่งข้อมูลในระดับบิตไปยังสื่อ ที่ใช้ในการส่งข้อมูล
เดทาลิงค์(Data link layer)
      - เป็นเลเยอร์ที่ทำการแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูลที่ถูกส่งมาจาก ฟิสิคัลเลเยอร์
เน็ตเวิร์ก(Network layer)
      - ในเลเยอร์นี้จะรับผิดชอบในการส่งข้อมูลระหว่างต้นทางกับปลายทาง ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
ทรานสปอร์ต(Transport layer)
      - เป็นเลเยอร์ที่รับผิดชอบในการส่งข้อมูลระหว่างโพรเซส
แอพพลิเคชัน(Application layer)
      - ในเลเยอร์นี้จะเน้นในส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ และบริการต่าง ๆ ของเครือข่าย



แบบจำลอง OSI (OSI Model)

        เป็นโมเดลที่ประกอบด้วยเลเยอร์ซ้อนกันอยู่ 7 เลเยอร์ คือ
ฟิสิคัล(Physical layer)
      - เป็นเลเยอร์ระดับล่างสุดที่ทำการส่งข้อมูลในระดับบิตไปยังสื่อ ที่ใช้ในการส่งข้อมูล
เดทาลิงค์(Data link layer)
      - เป็นเลเยอร์ที่ทำการแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูลที่ถูกส่งมาจาก ฟิสิคัลเลเยอร์
เน็ตเวิร์ก(Network layer)
      - ในเลเยอร์นี้จะรับผิดชอบในการส่งข้อมูลระหว่างต้นทางกับปลายทาง ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
ทรานสปอร์ต(Transport layer)
      - เป็นเลเยอร์ที่รับผิดชอบในการส่งข้อมูลระหว่างโพรเซส
เซสชัน(Session layer)
      - เป็นเลเยอร์ที่มีการสร้างเซสวันกันระหว่างเครื่อง เพื่อที่จะเชื่อมโยงกับเครื่องอื่น ๆ ได้
พรีเซนเทชัน(Presentation layer)
      - เป็นเลเยอร์ที่ช่วยในการแปลงรูปแบบของข้อมูล และแปลข้อมูล
แอพพลิเคชัน(Application layer)
      - ในเลเยอร์นี้จะเน้นในส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ และบริการต่าง ๆ ของเครือข่าย



อ้างอิง
http://www.geocities.ws/jutharat_suksai/2.htm
http://slideplayer.in.th/slide/1946263/
http://feelgoodbenz.blogspot.com/2014/05/osi-reference-model.html
https://sites.google.com/site/tanaponss51/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-4/baeb-calxng-osi-7-layer-reference-model

บทที่ 1 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์


การสือสารข้อมูล   การแลกเปลียนข้อมูลระหว่างสองอุปกรณ์ โดยมีจุดประสงค์หลักคือ ต้องการส่งข่าวสารจากอีกที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การสือสารข้อมูล

สัญญาณและแอนะล็อก เป็นสัญญาณที่เป็นรูปคลื่นขึ้นลงสลับกันไปแบบต่อเนื่อง สามารถส่งข้อมูลออกไปได้ในระยะงทางไกล

สัญญาณดิจิตอล เป็น สัญญาณที่มีรูปแบบไมต่อเนื่อง รูปแบบของแรงดันไฟฟ้าจะมีค่า 0 หรือ 1 เท่านั้น ข้อดีของสัญญาณนี้ก็คือ เป็นสัญญาณทนต่อการรบกวนได้ดี



ประกอบด้วย
1. ข่าวสาร
2. ผู้ส่ง (แหล่งกำเนิดข่าวสาร)
3. ผู้รับ (จุดหมายปลายทาง)
4. สื่อการส่งข้อมูล
5. โพรโทคอล
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โปรโตคอล
ประกอบด้วย
1. การส่งมอบ
2. ความถูกต้องแน่นอน
3. ระยะเวลา
ทิศทางการส่งข้อมูล ในระบบสื่อสารมีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกันคือ1. การสื่อสารแบบทิศทางเดียว (Simplex)2. การสื่อสารแบบกึ่งสองทิศทาง  (Half-Duplex)3. การสื่อสารแบบสองทิศทาง (Full-Duplex)

         การสื่อสารโทรคมนาคม เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องส่งอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถส่งผ่านตัวกลางไปยังจุดหมายปลายทางที่อยู่ไกลได้ ตัวอย่างเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม เช่น โทรเลข โทรพิมพ์ โทรสาร โทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง ไมโครเวฟ และดาวเทียม         เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นการนำกลุ่มคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปมาเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย และสามารถแชร์ทรัพยาการบนเครือข่าย เช่น ไฟล์ข้อมูล เรื่องเครื่องพิมพ์ เพือใช้งานรวมกันบนเครือข่ายได้

ประเภทของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่แบ่งแยกตามภูมิศาสตร์ มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน คือ1. เครือข่ายท้องถิ่น (LAN)2. เครือข่ายระดับเมือง (MAN)3. เครือข่ายระดับประเทศ (WAN)

ระโยชน์ของเครือข่ายท้องถิ่น ประกอบด้วย
1. การใช้ทรัพยากรร่วมกัน
2. ช่วยลดต้นทุ้น
3. เพิ่มความสะดวกในด้านการสื่อสาร
4. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของระบบ
การติดตั้งเครือข่ายเพื่อใช้งาน ยังสามารถเลือกการเชื่อต่อตามสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่เหมาะสมอันได้แก่ เครือข่ายแบบ Peer-to-Peer และแบบ Client/Server
เกณฑ์วัดประสิทธิภาพของเครือข่าย สามารถพิจารณาจากกฎเกณฑ์ต่อไปนี้
1.สมรรถนะ ได้แก่ จำนวนผู้ใช้งานชนิดสื่อกลางที่ใช้ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
2.ความน่าเชื่อถือ ได้แก่ ความถี่ของความล้มเหลว ระยะเวลาในการกู้คืน และความคงทนต่อความล้มเหลว
3.ความปลอดภัย ได้แก่ การป้องกันบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และ การป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์
http://www.ky.ac.th/kong/Main631.html